ระหว่างที่เดินกลับมายังรถ เพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังร้านอาหารที่เป็นปริศนา สามสาวก็เดินกันตัวปลิวนำลิ่วๆพร้อมของกิน ไม่ได้เดินอยู่เพื่อที่จะปรึกษาเส้นทางกันเล๊ย ส่วนเราในฐานนะเรียกเจ้าถิ่นมาก็ต้องไปกับเจ้าถิ่น ... แบบมือเปล่า ไร้ของกิน งืดๆ เดินไปคุยกันไป พร้อมกับถามที่ตั้งร้านไปแล้ว... เจ้าถิ่นก็หันกลับมาบอกว่า

เจ้าถิ่น**"เห้ย ที่จริงเรานัดทานข้าวกับแม่ไว้"
เรา **   "เห้ย ........."
เจ้าถิ่น** "แต่เราก็ไปกับพวกแกได้นะ แม่คงไม่โกรธ"
เรา **   " เอ้ย ไม่เป็นไร แกไปทานกับแม่ก็ได้ เกรงใจแม่ เอ๊ะ หรือว่าพวกเราไปทานข้าวกับแม่แกเลยไหมว่ะฮ่าๆล้อเล่น"
เจ้าถิ่น** โทรศัพท์ " แม่! เดี๋ยวเฟี๊ยตไปทานข้าวกับแม่นะ มีเพื่อนไปด้วย 4 คน"
เรา**    "เอ้ย กูพูดเล่น..." อุ้ยลืมตัว "ไม่เป็นไร แกไปกับแม่ก็ได้ เกรงใจแม่แก" (โอ้ โชคดีเว้ย ประหยัดค่าข้าว)
เจ้าถิ่น** "เอ่อ คือ จะไปให้แม่จ่ายว่ะ ฮ่าๆ แต่ไกลหน่อยนะ เราจะไปทานข้าวที่ ราชบุรีกัน บอกแม่ไปแล้วด้วย"
เรา **   " ก็ได้ ฮ่าๆ เราไม่อะไรอยู่แ้ล้ว แต่ว่า เราจะบอกพวกมันยังไงดีว่ะ ไกลนะเนี่ย"

พอ เราเดินถึงตัวสามสาว ก็แจ้งเจตจำนงว่าต้องการให้สาวๆ ไปเจอกันที่ใดเพื่อที่จะได้ขับรถตามกันมาถูก และที่ร้ายกว่านั้น คือ ไอ้เจ้าถิ่น มันไม่ยอมบอกว่าเราจะไปไหนกัน อาเมน สนุกแน่เลย ครั้นพอจะแยกตัว เราก็เดินตามสามสาวมา เพื่อจะไปขึ้นรถ แต่... เหตุใดเพื่อนถึงผลักไส ให้ไปอีกคัน... ด้วยเหตุผลที่ว่า "ตัวประกัน" เย้ย อะไรกันพวกเอ็ง มื้อนี้ยังไงก็ไม่ต้องจ่ายเฟร้ย ตัวประกันไม่ต้องก็ได้ หึหึ ก็ได้ ไล่เราดีนัก ไ่ม่บอกนะเว้ยว่าจะไปถึงราชบุรีกัน เคี้ยกๆๆ

นัด เจอกันตรงแยกหน้าวัด และพวกเราก็ขับตามๆกันมา ตามเส้นทาง... ทางไหนก็ไม่รู้ว่ะ ลืมถามว่าเราไปทางไหนกัน รู้แต่ว่าผ่านตลาดน้ำอะไรน้อยๆ สักอย่างนี้หละ กี๊ด ความจำเป็นอะไรเนี่ย..ก็ขับๆตามกันมาเรื่อยๆ เริ่มไกล และไกล ยังไม่ถึงสักที จนอัมทนไม่ไหว เลยโทรมาถามว่า "จะถึงหรือยัง หิวแล้วนะเฟร้ย"  หึหึ เรื่องอะไรจะตอบความจริงกับแก ก็เลยตอบกลับไปว่า "อีกนิดเดียวออกจากถนนนี้ก็ถึงแล้วหละ" หึหึ ก็ขับกันมาเรื่อย คุยกันมาเรื่อยๆ จิปาถะ สักพัก...

เรา** "แก แน่ใจนะว่าแกมาถูกทาง"
เจ้าถิ่น** "เดี๋ยวเราโทรถามแม่ก่อน"

........  อะไรของมึงว่ะ อาเมน ขับไปเรื่อยๆ ถนนก็เริ่มเล็กลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ เอ๊ะๆๆ นั่นข้างทางเป็นป่า เอ๊ะๆๆ เริ่มเป็นทุ่งนา บ้านคนเริ่มหายไป เริ่มน้อยลง น้อยลง ความกังวลเริ่มเข้าครอบงำ และเริ่มPsycho คนขับ ไอ้คนขับก็นะ ดันจิตตามอีก เริ่มโทรหาแม่อีกครั้ง กี๊ด! แม่ไม่รับสาย กี๊ด! แล้วจะได้กินไหมว่ะ ... และแล้วหลังจากที่เลาะลั่นทุ่งกันมา สุดท้ายเราก็เจอกับร้าน "ป้า... (น่าวัด)" (ลืมชื่อร้านอีกแล้วคับพี่น้อง) อยู่ราชบุรี

ด้วย ความหิว ก็กระหน่ำสั่ง เอ้ย ไม่ใช่สิ ก็ทักทายผู้ใหญ่ ก็มี แม่เจ้าถิ่น ลุง และน้องสาวน่ารัก 2 คน ทักทายพอเป็นพิธี หลังจากนั้น ทำตัวตามสบาย ฮ่าๆ ร้านอาหาร เป็นร้านอาหารแบบครอบครัว มีแต่คนพาครอบครัวมานั่งทานกัน บรรยากาศกลางทุ่งนา ดีนะ ให้อารมณ์สบายดี แต่ถ้าไม่ใช่คนท้องที่ ก็คงจะไม่รู้และไม่สนใจร้านอาหารประเภทนี้สักเท่าไร " ทริป ถ้าหากอยากทานอาหารอร่อยในต่างจังหวัด ถ้าหากไม่มีไกด์บุ๊ค หรือคนแนะนำ เรามีทริปให้จากประสบการณ์ตัวเอง คือ ให้เลือกร้านที่มี รถที่เป็นทะเบียนของจังหวัดนั้นๆ หรือว่าจังหวัดใกล้เคียง จอดอยู่พอสมควร รับรอง ร้อยละแปดสิบ อร่อย!"

รออา่หารไม่นาน อาหาีรที่สั่งไปจานแรกก็มาถึง "เนื้อปูผัดผงกระหรี่" ปรี๊ดมาก เนื้อมาเต็มๆ ไม่ใช่มานัวๆ ปนไข่แบบหาเนื้อไม่เห็น ได้เนื้อ จานใหญ่ และด้วยความหิว กับอาหารที่เพิ่งมาเพียงจานเดียว เชื่อหรือไม่ว่า พวกเราก็นั่งดูกันอยู่เช่นนั้น เพราะ... ข้าว.. ข้าวยังไม่ ข้าวไปไหน อัย อัย หิวมาก แต่เราต้องการข้าว พร้อมกับถามเด็กในร้านว่า... "ข้าวไปไหน อัย อัย" พร้อมได้คำตอบว่า... ข้าวหมด กำลังหุงคะ เจททททท

อาหารจานสองมาแล้ว "กุ้งอบวุ้นเส้น" กับกุ้งตัวกลางๆ แต่หลายตัว สดๆ แบบสุกแล้ว วุ้นเส้นนิ่มๆ อร่อย ตามด้วย "ทอดมันกุ้ง" ที่ไม่ใช่กุ้งบด นี้กุ้งสับนะขอบอก แ่จ่มมาก อร่อยจานต่อมา "ต้มยำรวมมิตร" เผ็ดถึงทรวงจริงๆ เสียดายเผ็ดเกินลิมิต ทานไม่ได้ ได้แต่นั่งมอง ตามด้วย "ไก่รวนเค็ม" มาแบบ จานเท่าถาด ไก่ทั้งตัวเลยก็ว่าได้ กี๊ด! จานต่อมา "ปลาช่อนลุยสวนมาพร้อมกับผัดมะเขือยาว" จานนี้เราเหมาผัดมะเขือยาวคนเดียวเลย สาวๆ ไม่ทานกัน อะไรหว่า ออกจะดีต่อสุขภาพ ไม่เข้าใจจริงๆ

นั่งจัดการอาหารตรงหน้ากันอย่างเสียจริตสาวงาม ฮ่าๆๆ ทำเอาเพื่อนชายทานกันไม่ลง พร้อมรำพันว่า "กับข้าวเยอะขนาดนี้จะทานกันหมดไหม" ผ่าน ไปนาทีแล้ว นาทีเล่า อาหารก็เริ่มลดจำนวนลง ทานไปได้สักพัก ท่านแม่และท่านลุงก็ ขอกลับก่อนเพราะวันนี้พาเด็กๆ มาด้วย ไม่สะดวกที่จะอยู่นั่งกินกับพวกเราต่อ (สงสัยแม่จะรับไม่ได้ ฮ่าๆ ห้าวกันเหลือเกิน) หลังจากที่แม่กลับไปแล้ว พวกเราก็ลุยกันเต็มที่  ห๊ะ! เพื่อนถึงกับอุทาน "นี้พวกแกยังไม่ตามสบายกันอีกหรอ" ฮ่าๆ สนุกจัง นั่งทานกันไปคุยกันไป เสียงดัง รั่วๆ กันไป

อิ่มแล้ว ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลย เป็นเวลา สองทุ่มกว่าแล้ว ก็คิดว่าได้เวลาที่เราจะกลับกรุงเทพกันเสียที แต่ทว่า... เพื่อนอัมพูดขึ้นมาว่า "อยากไปชะอำ" หะเหย หะเหย นี่มัน สองทุ่มกว่าแล้วนะเว้ย แล้วพรุ่งนี้ เรามีนัด สิบเอ็ดโมงนะ... อัมก็ยังไม่สนใจ แล้วหันไปถามอีกสองสา่ว ว่าจะเอาไง ไปหรือเปล่า อืม... สองสาว ยังไงก็ได้อยากไปก็ไป เอ้อเว้ย เอากับพวกเราสิ คุยกันยังตกลงกันไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะไปชะอำกันหรือไม่ แต่สุดท้าย เหมือนจะได้ข้อสรุปออกมาว่า "อัมมีนัดหาหมอฟันตอน 11 โมง"  "ปุ๊ก มีนัดไปสวนสยามตอน 11 โมง" "เปิ้ลเปี๊ยะ ว่าง ยังไงก็ได้" และสุดท้ายก็สรุปว่า "เราจะไปชะอำกัน แล้วกลับเช้า ทันนัดทุกคน" win win situation

หลังจากได้ข้อตกลงกันแล้ว ก็นั่งคุยกันต่อ แล้วก็เรียกเก็บเงิน ระหว่างรอบิลมา ก็นั่งคุยกันไปพร้อมเกิดเรื่องตลกขึ้นมา ขำๆ คือ เรื่องมันมีอยู่ว่า นั่งกันสองโต๊ะ โต๊ะแม่โต๊ะหนึ่ง โต๊ะเราโต๊ะหนึ่ง โต๊ะแม่มีโค้กเหลือ โต๊ะเราน้ำหมด แต่ก็อิ่มกันแล้วหละ แล้วบังเกิดความคิดเสียดายขึ้นมา เลยลงมติว่า เราจะเอาโค้กขวดนั้นไปด้วย แต่..มันเหลือครึ่งขวดเองนะ และทันใดนั้น ไม่รู้สิ่งใดดลใจให้ใครสักคนบนโต๊ะพูดขึ้นว่า ก็เอาใส่ถุงสิ น้ำแข็งก็มี ขอถุงเขา ขอหลอด ใส่ถุงไว้กินระหว่างทางที่จะไปชะอำ โอ้แม่เจ้า สาวๆคิดได้ และด้วยความคิดนี้ เพื่อนหนุ่มของเราถึงกับอุทานว่า "เห้ย กูขอ อย่าทำถึงขนาดนั้นเลย เดี๋ยวกูแวะซื้อให้ใหม่สองขวดเลย"

 

Comment

Comment:

Tweet

I think, that is the best article about this good topic. You would <a href="http://www.supreme-essay.com">buy custom essay papers</a> or custom written essays at the essay writing services.

#3 By WileyLoraine (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2012-09-05 09:10

big smile big smile open-mounthed smileท้ ทอสเเ
เทืเทืเ
เเ

#2 By มส (61.90.118.121) on 2010-01-22 18:18

อะๆ มาเม้นตอนเที่ยงคืน กลัวว่าจะเป็นผี เอิ๊กๆ

ประเทศไทยมันถึงยุคของสงครมแล้วล่ะ

สงคราที่ว่า มันคือสงครามวัฒนธรรมและสงครามเงิน

#1 By Frankenstine on 2009-06-26 09:19

sasiy13s View my profile